เปิดตำนาน“นักกีฬาผู้ลี้ภัย” ชีวิตไม่เคยแพ้ ถ้าหัวใจยังสู้!!

By | มีนาคม 13, 2017

test, โอลิมปิก, เปิด, ตำนาน, นักกีฬา, ผู้ลี้ภัย, ชีวิต, ไม่เคย, แพ้, ถ้า, หัวใจ, ยัง, สู้, ชีวิตไม่เคยแพ้, ถ้าหัวใจยังสู้, นักกีฬาผู้ลี้ภัย, อ๋อฉันจะไปสร้างบ้านใหม่ให้พ่อ, หัวใจทองคำ

รวมเรื่องราวสู้ชีวิตของเหล่า”นักกีฬาผู้ลี้ภัย”ในโอลิมปิก ผู้เข้าร่วมแข่งขันภายใต้ธงห่วง 5 สี ซึ่งกีฬาได้ให้โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขา

                  วันที่ 5 สิงหาคม นอกจากจะเป็นวันเปิดฉากชิงชัยอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2016 “ริโอเกมส” ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เป็นเจ้าภาพแล้ว ยังเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกระบวนการโอลิมปิกอีกอย่าง

นั่นก็คือในจำนวน 206 ประเทศที่เข้าร่วมชิงชัยนั้น จะมีนักกีฬาอีกหนึ่งกลุ่มเข้าร่วมแข่งขันด้วย เป็นนักกีฬา “ผู้ลี้ภัย” ที่เข้าร่วมแข่งขันภายใต้ธงโอลิมปิก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในบันทึกของกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 1896 เลยทีเดียว

ความเป็นมาเป็นไปของเรื่องนี้ เนื่องมาจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ตระหนักถึงปัญหาวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยที่แทบจะมีอยู่ในทุกมุมของโลก ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไอโอซีจึงประกาศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่จะคัดเลือกนักกีฬาที่มาจากค่ายอพยพจำนวนหนึ่งเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแสดงออกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมวลมนุษยชาติ

“การได้เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกของนักกีฬาเหล่านี้ ถือเป็นของขวัญ และการสร้างกำลังใจให้แก่บรรดาผู้ลี้ภัยทุกคนในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีขึ้นทั้งของตัวเองและครอบครัวในอนาคต” ฟิลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่สำนักงานผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) กล่าวและย้ำว่า “เรายืนเคียงข้างพวกเขา และเหล่าผู้ลี้ภัยทุกคนตลอดเวลา”

สำหรับการคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ไอโอซีเลือกนักกีฬาจำนวน 43 คนเข้ามาฝึกซ้อม โดยตั้งงบประมาณในการนี้ไว้ทั้งสิ้น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทั่งตัดตัวรอบสุดท้ายเหลือ 10 คน ที่จะเข้าร่วมชิงชัยในโอลิมปิกที่กำลังจะมีขึ้น แบ่งเป็น นักว่ายน้ำชาวซีเรีย 2 คน, นักยูโดจากดีอาร์ คองโก 2 คน, นักวิ่งมาราธอนจากเอธิโอเปีย 1 คน และนักวิ่งระยะกลางจากซูดานใต้ 5 คน

เรามาลองสัมผัสเส้นทางอันทรหดและความรู้สึกของพวกเขาบางส่วนดู….

เปิดตำนาน“นักกีฬาผู้ลี้ภัย” ชีวิตไม่เคยแพ้ ถ้าหัวใจยังสู้!!

เมื่อ 4 ปีก่อน ยุสรา มาร์ดินี สาวน้อยวัย 18 ปี เคยลงแข่งขันให้ทีมชาติซีเรีย ในศึกว่ายน้ำชิงแชมป์โลก 2012 มาแล้ว แต่ด้วยภัยสงครามกลางเมืองภายในบ้านเกิดทำให้เธอต้องเดินทางแบบทรหดเพื่อหนีความตาย ด้วยการหนีข้ามพรมแดนไปยังตุรกี จากนั้นก็อาศัยเรือยางและว่ายน้ำเข้าฝั่งเมื่อเชื้อเพลิงหมด เข้าสู่กรีซ นั่งรถไฟผ่านฮังการี ออสเตรีย ก่อนไปสุดปลายทางที่เยอรมนี ที่เธออาศัยและฝึกซ้อมอยู่ในปัจจุบัน

                  “ตอนที่เครื่องเรือดับนั้น มีบางคนว่ายน้ำไม่เป็น มันคงน่าอัปยศหากวันนั้นมีใครสักคนจมน้ำตาย ซึ่งบางทีอาจเป็นตัวฉันเองก็ได้”

หลังจากเดินทางถึงเยอรมนี เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ยุสราฝึกซ้อมที่สโมสรว่ายน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งในโอลิมปิกครั้งนี้เธอจะลงว่ายในรายการฟรีสไตล์ 200 เมตรหญิง ที่เจ้าตัวหวังว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เหล่าผู้ลี้ภัยทั้งปวง

“ฉันจะเป็นตัวแทนของเหล่าผู้ลี้ภัยเหล่านี้ แสดงให้โลกรู้ว่าหลังจากผ่านความเจ็บปวด ผ่านมรสุม จนถึงวันที่เราเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งนั้นเป็นอย่างไร ฉันต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเพื่อสิ่งที่ดีกว่าในวันข้างหน้า” ยุสรา ที่จะเป็นตัวแทนถือธงของทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยโอลิมปิก หรืออาร์โอเอ กล่าว

เปิดตำนาน“นักกีฬาผู้ลี้ภัย” ชีวิตไม่เคยแพ้ ถ้าหัวใจยังสู้!!

ขณะที่ โยลันเด มาบีกา นักยูโดวัย 28 ปี ที่จำได้เพียงภาพรางเลือนเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่เธอยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย ต้องวิ่งหนีภัยสงครามที่เกิดขึ้นที่บ้านเกิดทางตะวันออกของประเทศดีอาร์ คองโก และถูกหิ้วขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งตัวไปยังกรุงคินชาซา ทำให้เธอต้องพลัดพรากจากครอบครัว อยู่ในศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งที่นี่เอง เธอได้หัดเล่นกีฬายูโด

“ยูโดไม่ได้ทำให้ฉันร่ำรวย แต่ทำให้หัวใจฉันแข็งแกร่ง ตอนนี้ฉันพลัดพรากจากครอบครัว ฉันได้แต่ร้องไห้ แต่เมื่อฉันมาหัดเล่นยูโด ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ปี 2013 มาบิกา เดินทางมายังริโอ บราซิล เพื่อแข่งยูโดชิงแชมป์โลก ซึ่งเธอถูกโค้ชยึดพาสปอร์ต จำกัดอาหาร ขังไว้ในกรงเมื่อพ่ายแพ้ ทำให้เธอหนีออกจากที่พัก เร่ร่อนตามท้องถนนเพื่อหาความช่วยเหลือและที่สุดเธอก็ปักหลักอยู่ที่นี่ในฐานะผู้ลี้ภัย ก่อนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม “ริโอเกมส์” ในที่สุด

  “โอลิมปิกคือเวทีที่จะเปลี่ยนชีวิตของฉัน ฉันหวังว่าเรื่องราวของฉันจะเป็นตัวอย่างให้แก่ทุกคน และหวังว่าครอบครัวของฉันจะได้รับรู้เรื่องราว ซึ่งจะทำให้เราได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง”

เปิดตำนาน“นักกีฬาผู้ลี้ภัย” ชีวิตไม่เคยแพ้ ถ้าหัวใจยังสู้!!

ขณะที่ อันเยลินา นาได นักวิ่งวัย 21 ปี ชาวซูดานใต้ ที่ไม่เคยพบหรือพูดคุยกับครอบครัวเลย นับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองที่บ้านเกิดของเธอทางตอนใต้ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง

อย่างไรก็ตาม เธอยังมีความหวังเมื่อได้ยินข่าวอย่างต่อเนื่องว่าครอบครัวของเธอยังมีชีวิตอยู่ นั่นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้สาวน้อยที่เป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในเคนยาผู้นี้หันมาฝึกซ้อมอย่างหนักในการวิ่ง 1,500 เมตรหญิง เพื่อลงแข่งโอลิมปิก 2016 ด้วยหวังที่จะนำความสำเร็จกลับไปช่วยครอบครัวที่หิวโหยของเธอให้จงได้

                  “หากคุณมีเงิน ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยน” อันเยลินา กล่าวพร้อมตอบคำถามส่งท้ายที่ว่า หากได้เงินก้อนโตมาจะทำอะไร “อ๋อ…ฉันจะไปสร้างบ้านใหม่ให้พ่อ!!!”

นั่นคือส่วนหนึ่งของนักกีฬา “ผู้ลี้ภัย” ในโอลิมปิกเกมส์หนนี้ ที่แม้ทุกคนอาจมีที่มาที่ไปไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือมาด้วยความหวังชัยชนะ อยากได้เหรียญทองกลับไปเพื่อเกียรติยศ

แต่แม้นไม่ได้เหรียญทอง พวกเขาและเธอทั้ง 10 คนก็จะมีอีกสิ่งที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

นั่นก็คือ “หัวใจทองคำ” ที่ไม่เคยท้อถอยกับการต่อสู้ในชีวิตจริง….

 

เปิดตำนาน“นักกีฬาผู้ลี้ภัย” ชีวิตไม่เคยแพ้ ถ้าหัวใจยังสู้!!

รายชื่อ 10 นักกีฬาผู้ลี้ภัยโอลิมปิก

ชื่อ สัญชาติ ลี้ภัยใน กีฬา

1.เจมส์ เชงแยก ซูดานใต้ เคนยา กรีฑา

2.ยิช บีเอล ซูดานใต้ เคนยา กรีฑา

3.เปาโล โลโคโร ซูดานใต้ เคนยา กรีฑา

4.โรส โลคอนเยน ซูดานใต้ เคนยา กรีฑา

5.อันเยลินา นาได ซูดานใต้ เคนยา กรีฑา

6.โยนาส คินเด เอธิโอเปีย ลักเซมเบิร์ก กรีฑา

7.โปโปเล มิเซนกา ดีอาร์ คองโก บราซิล ยูโด

8.โยลันเด มาบิกา ดีอาร์ คองโก บราซิล ยูโด

9.รามี อานิส ซีเรีย เบลเยียม ว่ายน้ำ

10.ยุสรา มาร์ดินี ซีเรีย เยอรมนี ว่ายน้ำ